ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 5 : ขายแบบออฟไลน์

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 5 : ขายแบบออฟไลน์

การขายแบบออฟไลน์ คือการเปิดร้านจริงๆ ขาย ไม่ว่าจะขายในตลาดนัด ร้านในห้าง ถ้าลูกค้าสามารถมาเดินดูจับต้องของได้ ก็เป็นการขายแบบออฟไลน์ บางร้านจะใช้วิธีเปิดร้านเป็นบางครั้งตามงาน Event ต่างๆ แต่เวลาอื่นๆ ก็จะขายออนไลน์ไปด้วย ในส่วนของการขายออฟไลน์แบบนี้เตยไม่ถนัดก็เลยขอให้ พี่เอ็ม เจ้าของร้าน Phicico ตุ๊กตาปั้นจิ๋วซึ่งขายแบบออฟไลน์มานานหลายปีแล้วมาเป็นผู้เขียนให้เพื่อนๆ นะคะว่าการขายในแต่ละสถานที่นั้นมีข้อดี ข้อเสียยังไงบ้าง แต่ก่อนอื่นขอแนะนำร้าน Phicico ให้รู้จักกันก่อนนะคะ

Phicico ขายตุ๊กตาปั้นดิน เริ่มต้นจากการขายออฟไลน์

Phicico เริ่มจาก คุณอลงกต (พี่ชายพี่)และ ธนบดินทร์ สกุลอารีย์มิตร (ตอนนั้นอยู่ปี1)ได้ลองทำตุ้กตาปั้นจากดินเล่นๆ เพื่อที่จะนำไปขายงานกิ๊ฟ มหาลัยศิลปากร ซึ่งในวันแรกที่ทำไปขายนั้น สามารถทำได้แค่ 3ตัว ในวันแรก ตอนไปขายก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ปรากฏว่า ขายได้หมดทั้งสามตัวและหมดไวมาก ก็เลยคิดว่า เออ ลองทำดูอีกละกัน วันที่สองทำได้รวม 11 ตัว ก็สามารถขายได้หมดเช่นกัน ซึ่งหลังจากนั้นขึงเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ จึงเริ่มทำงานปั้นเรื่อยมาแต่ยังไม่มีที่จะขายก็เลยทำเก็บไว้ สะสมประสบการณ์ ซึ่งผู้ใหญ่ในบ้าน หรือคนรู้จักก็มักจะคอยพูดว่า “ของแบบนี้จะขายได้หรอ” “ของแบบนี้ ใครมันจะไปซื้อ” คำพูดเหล่านี้ ก็เหมือนเป็นแรงกระตุ้นเล็กๆ มันจึงเป็นจุดเริ่ม ที่ทำให้เราพยายามที่จะทำให้มันจริงจังขึ้นมา

ประกอบกับความโชคดี ที่ตอนนั้น กระแส “อินดี้” พึ่งมาใหม่ๆ ทาง เซ็นเตอร์ พ๊อย สยามสแควร์ มีจัดกิจกรรมให้นักศึกษา สามารถมาขายของได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จึงถือว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ เพราะได้ขายในสถานที่ๆ วัยรุ่นนิยมมากที่สุด ในสมัยนั้น เวลาผ่านไป ก็ได้เริ่มมีการพัฒนาสินค้าไปเรื่อยๆ จากพวงกุญแจ อย่างเดียว ก็เริ่มเพิ่มพวงต่างหู เข้าไปด้วย เพราะการขายสินค้าให้ผู้หญิงนั้นค่อนข้างง่ายกว่า

เวลาผ่านไป งานอินดี้อินทาวน์ ก็ได้มาถึงจุดสุดท้ายและไม่ได้จัดอีกต่อไป ทำให้ต้องเริ่มมีการหาสถานที่ขายสินค้าใหม่ โชคดีเพื่อนคุณพ่อรู้จักกับร้าน A.m.p. ที่สวนจตุจักร ขึ้นได้ไปอาศัยขายอยู่หน้าร้านเค้า ซึ่งได้ขายในทำเลที่เรียกได้ว่า ดีที่สุดของสวนจตุจักร เมื่อขายได้สักระดับหนึ่งและเริ่มถึงจุดอิ่มตัว จึงได้มีการหาช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย โดยได้มีขายที่ B-trend ในเครือของ the mall ซึ่งทำให้ได้วางขายสินค้าในห้างสยามพารากอน นอกจากขายในห้างแล้ว ก็เริ่มทำส่วนของเว็บไซต์เพิ่มเติมที่ www.phicicodoll.com เพื่อเป็นส่วนเติมเต็มของธุรกิจขึ้นไป ในปัจจุบัน กำลังขยายสินค้าให้มากขึ้น โดยเพิ่มสินค้าจำพวกของตกแต่งบ้านเข้าไป

——–

ข้อดีของการขายงานฝีมือแบบ Offline

  1. ได้พบปะลูกค้าโดยตรง สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เลย เช่นถ้าลูกค้าอยากให้เราแก้ไขตรงไหน เราก็สามารถแก้ไขได้ หรือเก็บไว้เป็นไอเดีย เพื่อพัฒนาร้านต่อไป
  2. มีลูกค้าประจำ เกิดการซื้อซ้ำได้ เพราะมีแหล่งที่ตั้งที่ถาวร
  3. ลูกค้าได้เห็นสินค้าจริง จึงง่ายแก่การตัดสินใจ
  4. สามารถรู้ได้ว่าสินค้าที่เราขายอยู่นั้นปัจจุบันมีคนสนใจน้อยมากขนาดไหน

ข้อเสียของการขายงานฝีมือแบบ Offline

  1. อาจน่าเบื่อมากๆ สำหรับร้านที่มีช่วงเวลาขาย เช่นร้านที่อยู่ใกล้ออฟฟิตต่างๆ เพราะคงจะขายได้แค่ในเวลาพักเที่ยง หรือหลังเลิกงาน แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่นาน แต่คุณอาจต้องไปอยู่เฝ้าร้านทั้งวัน
  2. สถานการณ์ต่างๆนั้นค่อนข้างมีผล เช่น สถานการณ์ต่างๆทางการเมือง สภาวะคนไม่มีเงิน คนไม่อยากซื้อของเป็นต้น

ข้อควรระวังในการขายงานฝีมือแบบ Offline

  1. ศึกษาพื้นที่ ทำเล บริเวณโดยรวม กลุ่มลูกค้า ให้ดีก่อนทำการค้าขายแบบนี้ เช่นคงจะไม่เหมาะแน่ๆ ถ้าเอาเสื้อ หรือกระเป๋า ราคาหลายพันบาท ไปขายในพื้นที่ๆ ที่เป็นกลุ่มชาวบ้านธรรมดา หรือเอาอาหารสุดหรูไปขาย จานละหลายร้อย แต่คนบริเวณนั้น ค่าครองชีพไม่มากพอ
  2. ถ้าอยากค้าขาย อย่าอาร์ตมาก จงเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา บางอย่างเรามองว่าดี แต่ลูกค้าอาจจะไม่ชอบเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่เสียความเป็นตัวของตัวเอง จนไปทำตามตลาดหมด ถ้าทำเช่นนั้น คุณก็จะทำได้แค่ สู้ด้วยเรื่องราคา ซึ่งร้านคุณ ก็จะไม่มีอะไรเด่นเลย เจอกันครึ่งทาง ย่อมดีที่สุด แก้ไข ปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยที่ไม่เสียความเป็นตัวของตัวเอง
  3. พ่อค้าแม่ขายที่ดีก็ระวังกันด้วยนะจ๊ะ อย่าไปเผลอวีนลูกค้าเข้าละ เพราะขายกันแบบนี้มาเจอหน้าร้านกันตรงๆ บางครั้งกริยาบางอย่าง คำพูดบางคำพูด ก็ทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกได้น้า ยกเว้นสินค้าคุณเมพแล้ว ลูกค้าต้องง้อคุณก็อีกเรื่องนะจ๊ะ แต่ก็ไม่ควรทำอยู่ดีแหละ ลูกค้าที่รักจะได้อยู่กับเราไปนานๆ
  4. อาจมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง จากร้านใกล้เรือนเคียงที่ก๊อบสินค้ากันหน้าด้านๆด้วยนะจ๊ะ ฉะนั้นโปรดระวังเรื่องนี้ด้วย จนนำไปสู่ สงครามราคากันต่อไป
  5. หน้าตาพ่อค้าแม่ค้า ก็มีผลนะค่ะ ทุกๆคนคงเคยเห็นพ่อค้าที่หน้าตาไม่รับแขก คงจะพอนึกออกกันนะค่ะ ฉะนั้นเราก็ไม่ควรที่จะไปทำแบบนั้นกับลูกค้าของเรา(อะไรที่เราเจอมาแล้วไม่ประทับใจ ก็อย่าเผลอไปทำกับคนอื่นละ)
  6. หน้าตาพ่อค้าแม่ค้า อีกแบบหนึ่งก็คือความสวยความหล่อนั่นเอง ใครว่าไม่มีผลละ อันนี้สำคัญมากเลยน้า ขนาดร้านปังเว้ยเฮ้ย เปิดร้านแรกๆ ยังมีการจ้างพริตตี้มาขายขนมปังเลย จนทำให้ร้านดังมาได้จนถึงทุกวันนี้ หรือถ้าน้องๆหนูๆขายของกันในมหาลัย ก็อย่าลืมหาเพื่อนๆหล่อๆ สวยๆ มายืนช่วยขายอยู่ข้างๆก็ได้ แล้วของจะขายได้ง่ายขึ้น(ความอยากต่อสินค้าจะลดน้อยลง ลูกค้าจะซื้อแล้วเดินจากไปด้วยตาเยิ้มๆแบบงงๆ)

Phicico ตุ๊กตาปั้นจิ๋ว

สำหรับร้านค้าแบบ offline นั้น อาจแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆได้ประมาณนี้

การขายงานฝีมือแบบ Offline โดยมีหน้าร้านของตัวเอง

ข้อดีของการมีหน้าร้านของตัวเอง

  1. จัดแต่งได้ง่าย บริหารได้ง่าย ในพื้นที่ของเราเอง หรือตามกฎที่สถานที่ผู้เช่าจัดให้ เช่นห้ามยืนเกินออกมาจากพื้นที่ร้านเท่าไรเป็นต้น แต่สังคมไทย ก็ต้องบอกตามตรงว่า บางครั้งกฎก็มีไว้ให้แหกเหมือนกัน เพราะบางครั้ง ก็ยังมีบางร้านแอบวางเกินออกมาหน่อยเหมือนกัน นิดๆหน่อย ๆเหมือนกัน
  2. ควบคุมเวลาเปิดปิดได้ : เพราะเป็นร้านตัวเอง ก็เลยค่อนข้างอิสระมากกว่าในการเปิดปิด จะเปิดช้าหน่อยปิดช้าหน่อยก็ได้
  3. แต่ก็ควรที่จะมีวินัยในตัวเอง เพราะถ้าเปิดร้านก็สาย ปิดร้านก็ไว มันอาจจะทำให้คุณเสียโอกาสไปมากๆเลยละ

ข้อเสียของการมีหน้าร้านของตัวเอง

  1. บางสถานที่นั้น เช่นสวนจตุจักร อาจจะไม่มีการโปรโหมตสถานที่อีกแล้ว ทำให้เราต้องการบ้านเยอะขึ้น โปรโหมตร้านตัวเองเยอะขึ้น
  2. อาจต้องเสียเวลานั่งเฝ้าร้าน ในช่วงเวลาที่ไม่มีลูกค้า

การขายงานฝีมือแบบ Offline ในงานแฟร์

ข้อดีของการขายงานฝีมือในงานแฟร์

  1. งานลักษณะนี้ มักได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่นงานคอนเสริ์ต กลุ่มลูกค้า อาจไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลักของเราแต่ผ่านมา เกิดสนใจ เช่นซื้อฝาก
  2. ค่าที่ถูก หรือบางที่ อาจฟรี
  3. ส่วนมาก งานจะจัดได้สวยงาม ช่วยเพิ่มอารมณ์อยากซื้อของมากขึ้น
  4. มักมีดนตรี หรือการแสดงประกอบด้วย จึงทำให้อยากมีผู้มาร่วมงานมากขึ้น
  5. อาจได้กลุ่มลูกค้า เฉพาะกลุ่มจริงๆไปเดิน ทำให้มีโอกาสซื้อสินค้ามากขึ้น เช่นคอนเสริ์ตอินดี้ ถ้าสินค้าคุณเป็นแนวนั้นก็ ทำให้สามารถขายได้ง่ายยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการขายงานฝีมือในงานแฟร์

  1. ไม่สามารถเลือกทำเลที่ขายได้เอง(อาจทำได้ถ้าสนิทกับผู้จัด) ทำให้อาจขายไม่ได้เลย
  2. ไม่ได้มีจัดบ่อย ทำให้รายได้ไม่แน่ไม่นอน
  3. ถ้าเจอผู้จัดที่ทำงานไม่เป็น วางตำแหน่งไม่ดี อาจะทำให้ตัวงานมีปัญหาคนไม่เดิน
  4. มักอยู่นอกอาคาร จึงทำให้สภาพอากาศมีผลต่อการขาย เช่น ฝนตก แดด ออก ลมแรง ร้อน
  5. บางงานแฟร์ อาจจัดได้ไม่น่าสนใจ เช่นงานของราชการต่างๆ ทำให้ไม่มีคนเดิน
  6. มีแต่พื้นที่เปล่า หรือมีแค่โต๊ะให้ จึงทำให้การจัดแต่งร้านให้ดูน่าสนใจค่อนข้างยาก
  7. ลูกค้าไม่สามารถ ทำการซื้อซ้ำได้ นอกจากจะมาติดต่อกันเอง
  8. กฎระเบียบ บางงานค่อนข้างเยอะ
  9. ระวังถ้าควบคุมตัวเองไม่ดี อาจหมดรายได้ไปกับของน่ารักๆ ของสวยๆในงานได้
  10. ของส่วนมากในงาน มักดูดี ถ้าสินค้าเราไม่แกร่งจริง อาจทำให้สินค้า เราดูไม่มีมูลค่าได้

 

การขายงานฝีมือแบบ Offline ในตลาดนัด

ข้อดีการขายงานฝีมือในตลาดนัด

  1. ค่าที่ไม่แพง
  2. ทำเลโดยร่วมค่อนข้างถือว่าโอเค เพราะว่า มันจัดตั้งอยู่ในย่านชุมชน จึงทำให้มีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างแน่นอน เช่นย่านสำนักงาน ย่านมหาลัย
  3. สามารถขายได้หลายที่ หรือหลายช่วงเวลาเพราะตลาดนัดมักมีหลายๆที่

ข้อเสียการขายงานฝีมือในตลาดนัด

  1. ระวังถ้าควบคุมตัวเองไม่ดี อาจหมดรายได้ไปกับของกินที่ตลาดนั้นนะจ๊ะ (อ้าว!)
  2. ลักษณะร้านค้า บริเวณค้า ขายมักดูไม่ค่อยสวยงาม จัดกันง่ายๆ ฉะนั้น สินค้าอาจขายได้ไม่แพงมาก
  3. สินค้ามักจะคล้ายๆกันเยอะมาก ฉะนั้น อาจต้องสู้กันด้วยเรื่องราคา