ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 3 : ใช้เว็บไซต์ ecommerce

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 3 : ใช้เว็บไซต์ ecommerce

จากคราวที่แล้วเล่าเรื่องประเภทของการขายงานฝีมือออนไลน์ว่าสามารถใช้ระบบ Ecommerce website ของคนอื่น และเปิดร้านออนไลน์เอง ในบทความนี้จะยกตัวอย่างเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการ Ecommerce website ดังนี้

Etsy

เว็บนี้หลายคนที่ทำงานฝีมือคงรู้จักกันดีอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นเว็บ Ecommerce สำหรับงานฝีมือที่ใหญ่ที่สุด จึงทำให้มีคนเข้ามาเลือกซื้อสินค้ามากแต่ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็น Red Ocean ในการขายงานฝีมือที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แต่ที่นี่ก็มี Community ที่ช่วยเหลือกันดีเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม การขายของใน Etsy นั้นค่อนข้างมีข้อจำกัดเพราะ Etsy มีกฎในการขายงานฝีมือค่อนข้างมากทำให้มีร้านโดนปิดโดยไม่รู้ตัวมาก

ราคา 0.20$ + 3% ของราคารวมราคาสินค้าและค่าส่ง

Marketplace-Etsy

 

Shopify

เป็นอีกเว็บนึงที่น่าสนใจถ้าหากร้านของเราเป็นร้านที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอนแล้วหรือขายสินค้าที่มีราคาสูงเพราะที่นี่เรียกเก็บเงินเป็นรายเดือนแถมยังเก็บ Commission ถ้าหากขายสินค้าได้อีก แต่ระบบของเค้าก็ดีมากจริงๆ ใช้งานง่ายมีคน Support คอยดูแลให้ 24 ชั่วโมงถ้าเราติดขัดตรงไหน ที่สำคัญสามารถตกแต่งหน้าร้านได้ในแบบที่เราต้องการเลย ไม่โดนจำกัดแค่ตรง Banner แบบ Etsy และไม่โดนร้านอื่นๆ แย่งซีนไปเพราะหน้าเว็บทั้งหน้าเป็นของเรา

ราคา 29$/เดือน + 2% ถ้าขายได้ (Basic plan)

ขายงานฝีมือบน Shopify

Storenvy

ชอบดีไซน์ของที่นี่เป็นการส่วนตัว 555 ที่นี่เวลาเปิดร้านจะสามารถแสดงได้ 2 แบบเลย คือแบบ Marketplace Store เป็นเหมือน Etsy สินค้าจะมีคนเห็นจากหน้าเว็บของ Storenvy เอง กับแบบ Store front คือเหมือนเราเปิดร้านโดดๆ ขึ้นมาเลยทำให้เราออกแบบร้านตามเอกลักษณ์ของร้านได้แถมยังสามารถเพิ่มหน้าขึ้นมาได้เองด้วย เช่น อยากมีหน้าเขียนเกี่ยวกับ Size เสื้อเราก็เพิ่มหน้าเขียนได้เลย ถือว่าค่อนข้างอิสระ ทำอะไรได้เยอะพอควร ที่นี่ก็ไม่ได้จำกัดให้ขายเฉพาะงานฝีมือด้วย

ราคา ฟรี!

ขายงานฝีมือที่ไหนดี Storenvy

Big Cartel

ที่นี่จะไม่ได้มีการเก็บเงินเวลาเราขายได้ แต่จะมีค่าทำร้านค่ะ ถ้าช่วงแรกไม่มีคนซื้อก็อาจจะลำบากหน่อย แต่ข้อดีของที่นี่คือสามารถตกแต่งร้านได้ค่อนข้างมากค่ะ

ราคา ฟรีขายได้ 5 ชิ้น, 9.99$ ขายได้ 25 ชิ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://bigcartel.com/signup ค่ะ

ขายงานฝีมือที่ไหนดี Big Cartel

IndieMade

อยากนำเสนอ Indiemade เพราะชอบที่นี่มี section ให้เขียนบลอคได้ด้วย มี feature เยอะเหมือนว่าทำเป็นเว็บไซต์ของร้านได้เลยไม่ต้องแยกกันแบบร้านไปลิงค์นี้ แต่เว็บไซต์ของร้าน หรือบลอคไปอีกลิงค์นึง แต่ส่วนตัวยังไม่เคยใช้เลยไม่แน่ใจว่าจะใช้ยากรึเปล่านะคะ

ราคา $4.95 (Basic plan ถูกสุดลงของได้ 10 ชิ้น)

ขายงานฝีมือที่ไหนดี Indiemade

Squarespace

คล้ายกับ Indiemade ที่มีให้เขียนบลอคได้ โดยที่นี่จะมีธีมของเว็บให้เราเลือกได้ส่วนใหญ่ก็เป็นธีมที่ส่วนดี แนวโล่งๆ ดูทันสมัยดีค่ะ อ่อ เว็บนี้มีแถมฟรี Domain ให้ด้วยตั้งแต่เลือกใช้แพลนแรกเลย

ราคา เริ่มที่ 8$ 

ขายของงานฝีมือที่ไหนดี Squarespace

Lnwshop

เว็บนี้เป็นเว็บของคนไทยทำค่ะ มีลักษณะคล้าย Storenvy ตรงที่พอเปิดร้านแล้วสามารถมีขายทั้งในเว็บของตัวเองและใน Marketplace และสามารถตกแต่งร้านได้เยอะเหมือนกันด้วย แต่ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า Storenvy จะทำได้เยอะกว่าค่ะ แต่ถ้าเทียบกับเว็บของไทยเจ้าอื่นคิดว่า Lnwshop ถือว่าดีมากเลยทีเดียว ใช้งานได้ง่ายทั้งหน้าบ้านหลังบ้านเลยค่ะ SEO ก็ดีพอสมควรสังเกตจากเวลาช็อปปิ้งก็เจอร้านใน Lnwshop เป็นร้านแรกๆ เยอะอยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าหากใครอยากลองเปิดขายในเมืองไทยก่อนก็ลอง Lnwshop ได้นะคะ

ราคา ฟรี

 

ในตอนต่อไปจะพูดถึงการเปิดร้านออนไลน์เองโดยไม่ใช้ระบบร้านค้าที่เค้ามีให้แบบนี้นะคะ แต่จะเป็นการเปิดเว็บไซต์เองแบบต่างๆ

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 2 : ขายออนไลน์

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 2 : ขายออนไลน์

จากคราวที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่อง ประเภทของร้านสำหรับขายงานฝีมือนะคะ ในบทความนี้เราพูดถึงการขายออนไลน์ในแต่ละประเภทก่อนนะคะ ส่วนออฟไลน์จะเล่าให้ฟังทีหลัง

การเปิดเว็บไซต์ขายงานฝีมือออนไลน์สามารถทำได้ 2 แบบคือ

แบบขายบนเว็บไซต์ ecommerce 

คือการใช้ระบบที่มีเปิดให้บริการอยู่แล้วมาใช้ อย่างที่เราคุ้นเคยกันดี Etsy, Ebay หรือ Lnwshop เว็บไซต์ ecommerce ของคนไทยโดยแต่ละเว็บไซต์ก็มักจะมีกลุ่มคนที่เข้ามาใช้บริการแตกต่างกันไป

ข้อดีของการขายบนเว็บไซต์  ecommerce คือ ง่ายมาก อย่างกับเปิด Facebook แหน่ะ มีคนดูแล Support เว็บล่มก็เมล์ไปแจ้ง ทำโน้นทำนี่พังมีคนจัดการแก้ปัญหาให้เพราะเป็นระบบของเค้า ส่วนค่าใช้จ่ายบางที่ก็ไม่ได้ราคาถูกเท่าไหร่เช่น คิดเป็นรายเดือน 20 เหรียญก็มีเยอะแยะ แล้วแต่ที่ไป

ข้อเสียของการขายบนเว็บไซต์  ecommerce คือ มันไม่ใช่ระบบของเราทั้งหมดทำให้เราต้องทำตามกฎของเค้าเสมอ และทำให้ทำ Branding ได้ยากกว่าถึงแม้ว่าเว็บไซต์ ecommerce เดี๋ยวนี้เค้ามีให้เราปรับแต่งได้เยอะก็ตาม และในบางเว็บไซต์ก็จะมีข้อกำจัดที่ทำให้เราทำการตลาดได้ยากขึ้น เช่นไม่มีระบบเก็บอีเมล์หรือข้อมูลลูกค้าทำให้เราส่งเมล์โปรโมทสินค้าไปหาลูกค้าได้ลำบากขึ้นเป็นต้นเดี๋ยวจะแนะนำเว็บไซต์ ecommerce ให้พร้อมข้อดีข้อเสียคราวหน้านะคะ

เปิดเว็บไซต์ขายเอง

คือการที่เราเช่า Host มาเปิดร้านของเราเอง พูดแค่นี้ทุกคนคงบอกว่ายาก ฉันทำไม่ได้แน่นอน แต่จริงๆ การเปิดเว็บไซต์ขายเองก็มีหลายระดับของความยากง่าย เพราะเดี๋ยวนี้มีการพัฒนาระบบซื้อขายบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งถ้าใครเคยใช้ WordPress มาก่อนจะมีตัวเลือกให้มากขึ้นด้วย

ข้อดีของการเปิดเว็บไซต์ขายงานฝีมือเอง คือ เป็นเว็บไซต์ของเราเอง ไม่มีการอยู่ๆ โดนปิดร้าน (เว้นแต่เราจะลืมจ่ายค่า Domain Hosting นะจ๊ะ) ลูกค้าไม่โดน Distract ไปร้านอื่นเพราะหน้าเว็บทั้งหน้าเป็นพื้นที่ของเรา แถมยังทำให้ทำ Branding ได้ดีกว่าด้วย และข้อมูลทุกอย่างก็เป็นของเรา เราอยากเก็บข้อมูลลูกค้ามาทำการตลาดต่อก็ทำได้ง่ายกว่า

ข้อเสียของการเปิดเว็บไซต์ขายงานฝีมือเอง คือ เราต้องทำเองหมด หรือเกือบหมด ต้องมีความรู้ในการทำประมาณนึง และถ้าเราทำระบบเองทั้งหมดก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ถ้าทำแล้วดีก็ดีไปเลย ทำแล้วแย่ก็แย่ไปเลย ถ้าเว็บพังก็อาจจะไม่มีคนมาคอย Support แก้ปัญหาให้
การเปิดเว็บไซต์ขายเองจึงเหมาะสำหรับคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตคล่องประมาณนึง หรือมีกำลังในการไปจ้างคนทำค่ะ

อย่างไรก็ตามการเปิดเว็บไซต์เองก็มีหลายวิธีการ ซึ่งจะพูดถึงในตอนต่อๆ ไปนะคะ

 

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 1 : ภาพรวม

ขายงานฝีมือที่ไหนดี ตอนที่ 1 : ภาพรวม

ในบทความซีรี่ย์ “ขายงานฝีมือที่ไหนดี” นี้เตยอยากแนะนำเว็บไซต์และสถานที่อื่นๆ ในการขายสินค้างานฝีมือให้เพื่อนๆ ไปลองเลือกกันได้ อย่างนึงเตยไม่อยากให้ยึดติดกับ Etsy มากเกินไปด้วย เพราะการเปิดร้านใน Etsy นั้นก็มีข้อกำจัดหลายอย่างที่เราต้องระวัง ทั้งยังเสี่ยงต่อการโดนปิดร้านโดยไม่รู้ตัวเอง โดยในตอนนี้จะแนะนำให้เห็นภาพรวมก่อนนะคะแล้วค่อยแนะนำแต่ละที่ย่อยๆ ไป

ในการขายสินค้างานฝีมือเราสามารถไปขายได้ 2 แบบใหญ่ๆ คือ

  1. แบบออนไลน์ คือการขายของงานฝีมือผ่านทางเว็บไชต์ ลูกค้าจะไม่ได้สัมผัส หรือเห็นสินค้าจริงๆ แต่ว่าก็สามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ตลอด 24 ชม. แม้กระทั่งเวลาที่เรานอนอยู่ ตื่นมาก็อาจจะเจอคนสั่งสินค้าเข้ามา และทำให้ขายใครก็ได้บนโลกนี้ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ และการเปิดหน้าร้านออนไลน์ก็ใช้ต้นทุนต่ำกว่าแบบเปิดหน้าร้านจริงมากๆ
  2. แบบออฟไลน์ คือการเปิดแบบมีหน้าร้านที่ลูกค้าสามารถไปเดินเลือกซื้อสินค้าได้เอง อย่างที่เราเห็นกันก็มี การเช่าอาคารมาเปิดร้าน, เปิดในตลาดนัด หรืองานแฟร์ ลูกค้าจะรับรู้หมดทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ทำให้เข้าถึงและมักขายได้เร็วกว่าเพราะลูกค้ามีความเชื่อใจมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นและขอบเขตไม่กว้างเท่ากับการขายออนไลน์ เพราะต้องเปิดเฉพาะพื้นที่ คนที่มาซื้อก็คือคนที่ผ่านมาละแวกนั้นเท่าไหร่

ในแต่ละแบบก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป บางร้านใช้วิธีให้ลูกค้ามาทดลองสินค้าที่ร้านได้ เช่น สินค้าจำพวกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หรือจัดอบรมสอนลูกค้าที่สนใจงานฝีมือ แต่ในขณะเดียวกันก็ขายสินค้าเหล่านั้นออนไลน์ไปด้วย ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า เป็นความคิดที่ดีทีเดียวที่จะให้ทั้งสองส่วนเป็นสิ่งส่งเสริมกันและกัน

แต่โดยส่วนตัวจะไม่เลือกขายแบบมีหน้าร้านเพราะเตยอยากมีความคล่องตัว ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเปิดร้านก็จะปลีกตัวไปเที่ยวลำบาก 555 แถมไม่ชอบเจอคนเยอะๆ ด้วย แต่สำหรับบางคนที่ชอบเจอลูกค้า การขายของแบบออฟไลน์ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ

 

 

ขายของออนไลน์ในเว็บต่างประเทศต้องจ่ายภาษีไหม?

ขายของออนไลน์ในเว็บต่างประเทศต้องจ่ายภาษีไหม?

“ขายของใน Etsy ต้องจ่ายภาษีรึเปล่าคะ/ครับ” ได้ยินคำถามนี้จากเพื่อนๆ แฟนเพจหลายๆ คนที่ไม่แน่ใจว่า ถ้าหากตัวเองมีรายได้จากการขายสินค้างานฝีมือบนเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์อย่าง Etsy, Storenvy, Dawanda นั้นต้องจ่ายภาษีหรือไม่ วันนี้จะมาบอกค่ะแต่ขอออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ได้มีความรู้เรื่องบัญชีหรือภาษีมากเท่าไหร่ แต่คิดว่าน่าจะตอบคำถามเบื้องต้นกันได้บ้าง

ภาษีนั้นมี 2 ประเภทที่ผู้ที่ค้าขายสินค้ามีหน้าที่เสียภาษีค่ะ

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ซึ่งเรามีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต่อเมื่อเราขายสินค้าได้รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีค่ะ ดังนั้นคนที่ขายสินค้ามากกว่า 1.8 ล้านบาทแล้วค้าขายกับต่างชาติต้องระวังในเรื่องการส่งสินค้าด้วยค่ะ เพราะถ้าไม่มีหลักฐานการส่งสินค้าจากศุลกากรก็อาจจะมีปัญหาได้ค่ะ

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเป็นภาษีที่ผู้มีรายได้ในประเทศไทยทุกคนต้องยื่นเสียภาษีค่ะ โดยผู้มีรายได้ในประเทศไทยนั้นหมายถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 180 วันค่ะ สำหรับพวกเราที่ขายสินค้าไปต่างประเทศและมักใช้ paypal ในการรับเงินนั้นหากว่าเมื่อไหร่ที่เราโอนเงินเข้ามาในแบงค์ประเทศไทยแล้ว ถือว่าเป็นการนำรายได้เข้าประเทศต้องนำเงินก้อนนั้นไปยื่นคำนวณภาษีค่ะ

สำหรับใครที่ยังสงสัยอยู่ลองเข้าไปอ่านในนี้นะคะ

  • http://www.numkao.com/prekame/duty/duty2.htm
  • http://tax.bugnoms.com/hello-taxpayer-6/
  • http://www.pawoot.com/e-commerce-tax
เว็บใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมวิธีการติดตามเว็บไม่พลาดบทความใหม่ๆ

เว็บใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมวิธีการติดตามเว็บไม่พลาดบทความใหม่ๆ

วันนี้ได้ฤกษ์เปิดเว็บใหม่กันแล้ว จริงๆ แล้วยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่คิดว่าถ้าไม่เปิดเว็บตอนนี้แล้วรอให้เรียบร้อยกว่าจะได้เปิดคงอีกนาน ส่วนชื่อและรูปใน Facebook จะตามไปแก้อีกทีนึง

ทำไมถึงเปลี่ยนเว็บมาทำเว็บใหม่แถมยังเปลี่ยนชื่ออีก?

ในช่วงแรกที่เตยเขียนบลอคใน Blogspot เตยไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนให้ความสนใจมาอ่านเยอะขนาดนี้แค่ต้องการเขียนเรื่องที่เรารู้อยู่แล้วให้คนอื่นที่ยังไม่รู้เท่านั้น เตยอยากให้คนที่รักการทำงานฝืมือได้ทำงานที่ตัวเองรักสามารถที่จะหารายได้กับสิ่งที่ตัวเองรักได้ โดยเตยเน้นเขียนแต่เรื่องของ Etsy เพราะว่าเตยเองก็ขายอยู่ใน Etsy แต่พอนานวันเข้าคงมาถามเรื่อยๆ เรื่องข้อจำกัดของ Etsy ต่างๆ นานาซึ่งเป็นเรื่องดีนะที่ทุกคนอยากศึกษากฎเพื่อทำตามให้ถูกต้องแต่เตยก็เริ่มสังเกตเห็นว่าบางคนยึดติดกับ Etsy มากถึงแม้ว่าสิ่งที่เค้าขายจะไม่ได้เหมาะกับ Etsy ด้วยเหมือนกันเตยก็อยากนำเสนอเว็บอื่นๆ หรือการขายสินค้าอื่นๆ ด้วยแต่การที่มีชื่อ EtsyTH มันเหมือนเป็นอะไรที่กันให้เตยเขียนได้น้อยลงก็เลยคิดว่าเปลี่ยนชื่อดีกว่า

มีอะไรใหม่บ้าง

  • แบ่งหมวดหมู่บทความใหม่ ให้หาง่ายขึ้นแต่ก็ยังมีหลายหมวดหมู่ที่ยังไม่มีเนื้อหานะคะ จะทยอยอัพเดทให้มากขึ้น โดยตอนนี้จะมีหมวดหมู่ตามนี้ค่ะ Be Biz Owner เกี่ยวกับ mindset และสิ่งที่คนทำธุรกิจขนาดเล็กควรรู้, Financial เรื่องเงินๆ ทองๆ การตั้งราคา การทำบัญชี ภาษีค่ะ, Marketing การทำการตลาด การโปรโมทสินค้าให้คนรู้จัก, Marketplace เกี่ยวกับสถานที่ในการขายงานฝีมือที่ปัจจุบันจะค่อนข้างเน้นไปที่ Etsy ที่นี่ก็จะแนะนำเว็บอื่นๆ และวิธีการอื่นๆ ด้วยค่ะ, Shop makeover เน้นเรื่องการปรับแต่งร้านหรือเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพค่ะ
  • หน้ารวมบทความทั้งหมด จะได้หากันง่ายๆ เหมือนเป็นสารบัญค่ะ

ทำไมต้อง HandmadeBiz.in.th?

ตอนแรกอยากได้ HandmadeBiz.com แต่มีคนใช้แล้วเลยใช้ .in.th แทน แล้ว Handmade Biz ก็มาจาก Handmade Business หรือธุรกิจงานฝีมือ ซึ่งเตยคิดว่าเป็นชื่อที่เหมาะ และความหมายตรงดี เพราะคำว่า “ธุรกิจ” จะดูจริงจังไม่ใช่แค่การขาย ตรงกับความตั้งใจแรกที่อยากให้ทุกคนที่รักงานฝีมือได้ทำงานที่รักเป็นอาชีพจริงๆด้วยค่ะ

ติดตาม HandmadeBiz.in.th ได้ทางไหนบ้าง?

  1. ทางอีเมล์ โดยการกรอกข้อมูลในหน้าเว็บนี้ http://eepurl.com/M7Z1D แล้วกด Subscribe ในอีเมล์ที่ระบบส่งไป หลังจากนั้นเมื่อเว็บมีการอัพเดทบทความใหม่ก็จะส่งเมล์ไปบอกค่ะ
  2. ทาง RSS feed สำหรับคนที่ใช้ RSS ในการอ่านเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถใช้ลิงค์นี้ในการเพิ่มเข้าไปเลยค่ะ http://u364118580.hostingerapp.com/feed/
  3. ทาง Facebook page